x

เตรียมรับมือให้ดี กับ 5 เทคโนโลยีเพิ่มประสบการณ์เล่นเกมในยุค Next-Gen

ปี 2020 นี้สำหรับเกมเมอร์น่าจะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เราจะได้สัมผัสกับ PlayStation 5 และ XBOX Series X ซึ่งเป็นคอนโซลระดับ Next-Gen ของจากทั้งสองค่ายกันภายในปลายปีนี้

แต่นอกจากเกมใหม่ ๆ แล้ว เหล่าเกมเมอร์ย่อมรู้กันดีว่า มันอาจเป็นการปฏิวัติโฉมหน้าวงการเกมด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะมายกระดับการเล่นเกมของคุณให้เปลี่ยนไปจากเดิม เรื่องงบเรื่องเงินวางไว้ก่อน วันนี้เรามาดูกันว่า 5 เทคโนโลยีที่จะมาเพิ่มประสบการณ์การเล่นเกมของเราใน Next-Gen Console จะมีอะไรกันบ้าง

1.4K / 60-120 FPS บนเครื่องคอนโซล

ที่ผ่านมาเครื่องคอนโซลยอดนิยมอย่าง PlayStation แม้จะมีโหมด Performance ที่ช่วยปลดล็อคเฟรมเรทให้เกิน 30 ได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันจะเป็น 60 เฟรมนิ่ง ๆ แบบที่ PC ทำได้ แต่การมาของทั้งสองเครื่องน่าจะทำให้เรื่องนี้กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของการเล่นเกมคอนโซลไปแล้ว

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเฟรมเรทเป็นเรื่องสำคัญขนาดไหนในการเล่นเกม และเกมเมอร์หลายคนก็ยอมอดทนต่อสู้กับเหล่าโปร แฮคเกอร์ เพียงเพื่อเล่นเกมแบบลื่น ๆ บน PC แต่ถ้าเครื่องใหม่อย่าง PS5 และ XBOX Series X สามารถทำ 60 เฟรมและความละเอียดสูงระดับ 4K ได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะกลายเป็นประสบการณ์การเล่นเกมที่ยอดเยี่ยมแค่ไหน

2.Unreal Engine 5

Epic แทบจะร่ำรวยมหาศาลจากการปล่อยให้หลายค่ายเกมนำเอา Unreal Engine ไปพัฒนาเกมของตัวเอง และมันกำลังจะได้รับการอัปเกรดงานภาพให้สวยงามมากยิ่งขึ้นอีกใน Unreal Engine 5

หัวใจของระบบนี้คือ Photorealistic จะสำคัญต่อเกมของคุณมาก และทางผู้พัฒนาอย่าง Epic ยังคงมั่นใจว่า Unreal Engine 5 จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนที่จะพาวงการเกมและเหล่าเกมเมอร์เดินหน้าไปสู่ยุคใหม่อย่างเต็มตัว

เอาแค่ Unreal Engine 4 บางเกมก็ได้ภาพที่สุดยอดมากแล้ว Unreal Engine 5 จะขนาดไหน เราคงไม่อาจคาดเดาได้จริง ๆ

3.ระบบเสียงที่พัฒนาขึ้นอย่างมาก

Unreal Engine 5 จะมาผลักดันงานภาพ แน่นอนว่าเรื่องเสียงเองก็เป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะเพิ่มประสิทธิภาพให้การเล่นเกมของเรา

ในยุค PlayStation 5 มีหลายค่ายเกมทั้ง AAA และอินดี้ที่หันมาสนใจเอนจิ้นเสียงอย่าง Tempest ซึ่งจะเป็นประสบการณ์เสียงที่ดีให้กับเครื่องเล่นเกมแห่งยุคใหม่ ใครที่เป็นเกมเมอร์สายเสพสุนทรียภาพแห่งเสียงด้วย รับรองว่าเครื่องคอนโซลยุคใหม่นี้ก็จะตอบโจทย์ด้วยแน่นอน ดังนั้น ลำโพงดี ๆ หรือหูฟังดี ๆ สักตัว อาจจะต้องเพิ่มเข้าไปในงบการซื้ออุปกรณ์สำหรับเล่นเกมเพิ่มในอนาคตด้วยแน่นอน

4.ผู้สร้างไม่จำเป็นต้องลดคุณภาพเกมอีกต่อไป

เกมเมอร์หลายคนน่าจะรู้จักคำว่า “ดาวน์เกรด” มานานแล้ว ดาวน์เกรดคือการลดคุณภาพจากตัวอย่างหรือช่วงเปิดตัว เพื่อให้เกมมันลื่นขึ้น หรือรันบนเครื่องได้ดีขึ้น แน่นอนว่าปัญหานี้หลายคนไม่พอใจมาก และการมาของ Console Next-Gen จะตัดปัญหานี้ไปได้แน่นอน

ยกตัวอย่างเช่น Crysis เกมเทพข้ามยุคสมัยที่ตอนพอร์ตไปลงเครื่องคอนโซลมันย่ำแย่แค่ไหน หรือบางเกมในยุคสมัยนี้ ตอนเปิดตัวกับขายเล่นจริงอาจจะเป็นคนละเรื่องกันเลย สาเหตุที่เป็นแบบนี้เพราะเทคโนโลยีของคอนโซลยุคปัจจุบันไม่อาจรันมันออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยอุปกรณ์หลายอย่างของเครื่อง Console Next-Gen ถ้ายังมีการดาวน์เกรดเกิดขึ้นอีกก็คงต้องโทษงานเผาของผู้พัฒนาแล้วล่ะ เพราะตัวเครื่องมีศักยภาพเพียงพอจะรองรับแล้ว แต่ผู้สร้างไม่ทำเอง

5.เราจะเห็น Cross-Platform มากขึ้นในอนาคต

Cross-Platform หรือการเล่นข้ามเครื่องกันได้ เป็นที่นิยมกันมากในช่วงหลังนี้ และส่วนมากจะเป็นเกมออนไลน์เท่านั้น

การมี Cross-Platform จะทำให้เกมมีคนเล่นเยอะขึ้น ยกตัวอย่างเช่น Call of Duty ที่แฟน ๆ บน PlayStation จะเยอะกว่าบน PC เสมอ แต่การเล่นข้ามแพลตฟอร์มได้ จะเพิ่มฐานผู้เล่นได้อย่างไร้ขอบเขต แม้จะมีปัญหาตามมา แต่เชื่อว่ามันเป็นโจทย์ของทางทีมพัฒนาเองว่าจะแก้ไขมันยังไง

ยังไม่รวมไปถึงการเล่นเกมผ่านคลาวด์ที่ตอนนี้ทาง Sony และ Microsoft ก็กำลังร่วมมือกันอยู่ ถ้าออกมาเสร็จ รับรองว่ากำแพงการเล่นเกมของเราจะต้องถูกพังทลายลงแน่นอน

จะเห็นได้ว่าการมาของเครื่องคอนโซลยุคใหม่ จะเป็นการเปิดประตูสู่เทคโนโลยีหลาย ๆ อย่างของการเล่นเกมในอนาคต 5 ข้อนี้อาจจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเพียงเท่านั้น ในอนาคตต้องมีระบบและเกมดี ๆ ออกมาอีกแน่ ว่าแต่พวกเราล่ะครับ เตรียมพร้อมกันหรือยัง กับ Next-Gen Console !

ขอขอบคุณ GamingDose

ABOUT THE AUTHOR

cassette

© 2017 3BB. All rights reserved.